หนอนกอข้าว (rice stem borers, RSB)
หนอนกอข้าว
พบทำลายข้าวตั้งแต่ข้าวเล็กจนถึงระยะข้าวออกรวง ในประเทศไทยมีรายงานพบ 4 ชนิด คือ หนอนกอสีครีม หนอนกอแถบลาย
หนอนกอแถบลายสีม่วง และหนอนกอสีชมพู
หนอนกอแถบลาย (striped stem borer)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chilo suppressalis
(Walker)
วงศ์ : Pyralidae
อันดับ : Lepidoptera
ชื่อสามัญอื่น : -
ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ปีกคู่หน้าสีน้ำตาลคล้ายรำข้าว ตามปีกมีลักษณะคล้ายฝุ่นดำเกาะอยู่ประปรายปีกคู่หลังสีน้ำตาลอ่อน ส่วนหัวมองจากข้างบนเห็นยื่นแหลมออกไปคล้ายหนาม ตัวเมียวางไข่บริเวณโคนใบข้าว ไข่มีลักษณะเป็นเกล็ดวางซ้อนกันเป็นกลุ่มๆ ไข่มีสีขาวขุ่นไม่มีขนปกคลุม ส่วนใหญ่พบอยู่ใต้ใบข้าว หนอนมีแถบสีน้ำตาล 5 แถบ พาดตามยาวของลำตัวหัวและแผ่นอกปล้องแรกสีน้ำตาลอ่อน ระยะไข่นาน 4-10 วัน ระยะหนอนนาน 30-40 วัน ระยะดักแด้นาน 4-7 วัน พบแพร่กระจายทั่วไปในนาข้าว โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หนอนกอแถบลายสีม่วง (dark-headed stem borer)
ชื่อวิทยาศาสตร์
: Chilo polychrysus (Meyrick)
วงศ์ :
Pyralidae
อันดับ
: Lepidoptera
ชื่อสามัญอื่น
: -
ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กคล้ายกับหนอนกอแถบลาย ต่างกันตรงที่ตรงกลางและขอบปีกมีลวดลายสีสนิมเหล็ก และตัวผู้มองดูคล้ายมีรูปตัว Y อยู่ตรงกลางปีก ปีกคู่หลังสีขาวตัวหนอนมีแถบสีม่วง 5 แถบพาดตามยาวของลำตัว หัวมีสีดำหรือน้ำตาลเข้มเกือบดำ ระยะไข่ 5-6 วัน ระยะหนอนนาน 35-40 วัน ระยะดักแด้ 6-9 วัน พบระบาดทั่วทุกภาคของประเทศ
หนอนกอสีชมพู (pink stem borer)
ชื่อวิทยาศาสตร์
: Sesamia inferens (Walker)
วงศ์ :
Noctuidae
อันดับ
: Lepidoptera
ชื่อสามัญอื่น
: -
ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืน ลำตัวอ้วนสั้น หัวและลำตัวมีขนปกคลุม ปีกคู่หน้าสีน้ำตาลแกมแดง ปีกคู่หลังสีขาว ตัวเมียวางไข่เรียงเป็นแถวระหว่างกาบใบและลำต้น ไข่มีลักษณะกลมสีขาวครีม ตัวหนอนระยะแรกมีสีเหลืองอ่อนหรือสีครีม เมื่อโตขึ้นลำตัวมีสีชมพูม่วง หนอนมีขนาดโตที่สุดในบรรดาหนอนกอข้าวอีก 3 ชนิด เข้าดักแด้ภายในลำต้นหรือกาบใบข้าว ระยะไข่นานประมาณ 5-6 วัน ระยะหนอนนาน 35-40 วัน ดักแด้นาน 8-12 วัน ปกติพบทั่วไปในฤดูนาปรังมากกว่าฤดูนาปี
ลักษณะการทำลาย
หนอนกอข้าวทั้ง 4
ชนิด ทำลายข้าวลักษณะเดียวกัน โดยหลังหนอนฟักจากไข่จะเจาะเข้าทำลายกาบใบก่อน
ทำให้กาบใบมีสีเหลืองหรือน้ำตาล ซึ่งจะเห็นเป็นอาการช้ำๆ โดยจะพบการทำลายหลังจากหว่านข้าวแล้วประมาณ
1 เดือนเป็นต้นไป เมื่อฉีกกาบใบดูจะพบตัวหนอน
เมื่อหนอนโตขึ้นจะเข้ากัดกินส่วนของลำต้น ทำให้เกิดอาการใบเหี่ยวในระยะแรก
ใบและยอดที่ถูกทำลายจะเหลืองในระยะต่อมา
ซึ่งการทำลายในระยะข้าวแตกกอนี้ทำให้เกิดอาการ “ยอดเหี่ยว (deadheart)” (ภาพที่ 1) ถ้าหนอนเข้าทำลายในระยะข้าวตั้งท้องหรือหลังจากข้าวออกรวงจะทำให้เมล็ดข้าวลีบทั้งรวง
รวงข้าวมีสีขาวเรียกอาการนี้ว่า“ข้าวหัวหงอก (whitehead)”
(ภาพที่ 2)
หนอนกอข้าวเป็นแมลงศัตรูข้าวที่พบเป็นประจำในนาข้าวและพบทุกสภาพแวดล้อม แต่มักจะไม่ทำความเสียหายรุนแรงเช่นเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พบปริมาณมากในฤดูนาปรังมากกว่านาปี โดยจะพบตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม และเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ส่วนในฤดูนาปี พบระบาดในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ผีเสื้อหนอนกอข้าวจะเคลื่อนย้ายเข้าสู่แปลงนาเมื่อข้าวอายุระหว่าง 30-50 วัน ต้นข้าวที่ถูกหนอนเข้าทำลาย จะพบมูลของตัวหนอนติดอยู่และดึงหลุดได้ง่าย การระบาดจะเกิดมากน้อยขึ้นกับสภาพแวดล้อมและฤดูการทำนาของสถานที่นั้นๆ สามารถเพิ่มปริมาณได้ 2-3 ชั่วอายุต่อฤดูปลูก
พืชอาศัย
ข้าว ข้าวป่า ข้าวฟ่าง
ข้าวโอ๊ต อ้อย ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวบาเลย์ หญ้าข้าวนก หญ้าชันกาด หญ้าหางหมา
หญ้าโขย่ง และหญ้าปล้องหิน
การป้องกันกำจัด
1)
ไถตอซังหลังการเก็บเกี่ยว ไขน้ำท่วม และไถดิน เพื่อทำลายหนอนและดักแด้ของหนอนกอข้าวที่อยู่ตามตอซัง
หรือตากฟางข้าวให้แห้งหลังจากนวดข้าว
2)
ปลูกข้าวพันธุ์เบา เพื่อลดจำนวนประชากรและการทำลาย
3) ปลูกพืชอื่น พืชหมุนเวียน
เพื่อตัดวงจรชีวิตของหนอนกอข้าว
4)
ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป ทำให้ใบข้าวงามหนอนกอชอบวางไข่
5)
ใช้แสงไฟล่อตัวเต็มวัยและทำลาย เมื่อมีการระบาดรุนแรง
6)
ไม่ใช้สารป้องกันกำจัดแมลงชนิดเม็ดในนาข้าว
เพื่อช่วยให้ศัตรูธรรมชาติจำพวกแตนเบียนไข่และแตนเบียนหนอนของหนอนกอข้าว
สามารถควบคุมประชากรหนอนกอข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสารป้องกันกำจัดแมลงชนิดเม็ดมีผลกระทบต่อศัตรูธรรมชาติเหล่านั้น