ทำไมต้องมีการตรวจสอบและรับรอง???
เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจว่าเป็นข้าวอินทรีย์ที่ผลิตได้ตามมาตรฐาน
มีระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ถูกต้องตามหลักการเกษตรอินทรีย์และได้ผลิตผลที่มีคุณภาพปลอดภัยจากสารพิษจำเป็นต้องมีระบบการตรวจสอบที่ชัดเจน
มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักการของเกษตรอินทรีย์
และใช้หน่วยตรวจสอบและรับรองที่ได้รับความเชื่อถือ
ระบบการตรวจสอบข้าวอินทรีย์ สามารถแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอนสำคัญคือ
1. การตรวจสอบขั้นตอนการผลิตในไร่นา มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบวิธีการผลิตข้าวอินทรีย์ในไร่นาว่ามีการปฎิบัติดูแลรักษาว่าถูกต้องตามหลักการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์หรือไม่

2. การตรวจสอบการรวบรวมผลผลิต การขนย้าย การเก็บรักษาและแปรรูป เพื่อให้แน่ใจว่าปริมาณข้าวเปลือกที่นำมาแปรรูป มาจากนาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว

3. การตรวจสอบรับรองคุณภาพผลผลิตในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้แน่ใจว่าผลผลิตที่ได้จากการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์มีคุณภาพดี ปลอดภัยจากสารพิษ สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด
เพื่อให้ระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพ
ถูกต้องตามหลักเกษตรอินทรีย์ มีคุณภาพดีได้มาตรฐาน
เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ
จำเป็นต้องมีระบบการตรวจสอบ ควบคุมกำกับ
และรับรองคุณภาพของผลผลิตที่เป็นมาตรฐานสากล
ปัจจุบันในประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนการผลิตข้าวอินทรีย์
โดยกำหนดมาตรฐาน (Standard Setting) การตรวจสอบ (Inspection)
และการออกใบรับรอง (Certification) ผลผลิตข้าวอินทรีย์ เช่น
มาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร (ภายใต้การกำกับของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ : มกอช.)

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์ (มกสร.) ของจังหวัดสุรินทร์
มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ประเทศไทย (มกท.)
หมายเหตุ นอกจากมาตรฐานของทางราชการไทยแล้ว
มีมาตรฐานต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
หากเกษตรกรมีความสนใจสามารถติดต่อใช้ได้ โดยตรง

