| ลักษณะขนม |
เนื้อขนมนุ่มเป็นปุย รสหวาน หอมน้ำตาลมะพร้าว และควันเทียน สามารถทำแล้วปั้นเป็นก้อนได้
|
| ส่วนผสมแป้ง |
| แป้งข้าวเจ้า |
100 กรัม |
| กะทิกลาง |
80 กรัม |
|
| ส่วนผสมน้ำเชื่อม |
| น้ำตาลทราย |
185 กรัม |
| น้ำลอยดอกมะลิ |
200 กรัม |
|
| ส่วนผสมโรยหน้า |
| มะพร้าวทึนทึก |
200 กรัม |
| เกลือ |
3 กรัม |
|
| วิธีทำ |
1. นวดแป้งข้าวเจ้ากับกะทิให้เข้ากัน นวดพอแป้งจับตัวเป็นก้อน
2. ชุบผ้าขาวบางกับน้ำพอหมาดปูลังถึง นำแป้งมายีบนแร่งร่อนแป้ง ให้แป้งร่อนพรู
3. นึ่งไฟแรงประมาณ 15 นาที
4. เทแป้งร้อน ๆ ลงในน้ำเชื่อมที่ยังร้อนอยู่ในน้ำเชื่อม 200-220 กรัม
(ที่ยังร้อนอยู่) แล้วแต่ชนิดของแป้งโดยสังเกตว่าเมื่อใส่น้ำเชื่อมแล้ว
ถ้าขนมยังร่วนอยู่ต้องเพิ่มน้ำเชื่อมอีก จนแป้งอิ่มน้ำ
5. ปิดฝาทิ้งไว้สัก 20 นาที เมื่อแป้งดูดน้ำเชื่อม เปิดออกใช้ส้อมเขี่ยแป้งให้กระจาย
แล้วอบควันเทียน
6. นึ่งมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 10 นาที โรยเกลือป่นคลุก ให้เข้ากัน
7. รับประทานกับมะพร้าวขูดฝอย
|
| |
|
|
หมายเหตุ
|
1. ขนมขี้หนูต้องใช้ข้าวอมิโลสสูง เพราะถ้าข้าวอมิโลสต่ำ ขนมจะเกาะตัวเป็นก้อน
ไม่ร่วนฟู และแป้งต้องมีความสามารถอมน้ำได้ดี ขนมจึงจะนิ่ม
2. ข้าวที่มีอมิโลสสูง เหมือนกัน ยังมีความสามารถในการอมน้ำไม่เท่ากัน ต้อง
สังเกตขณะที่เทน้ำเชื่อมว่าแป้งยังมีความสามารถในการดูดน้ำอีกหรือไม่
3. น้ำที่ใช่นึ่ง เพียงครึ่งลังถึง ถ้ามากไปแป้งจะแฉะ
สรุป ขนมขี้หนู สุพรรณบุรี 2 และพิษณุโลก 2 (อมิโลสปานกลางและสูง) 
|