เป็นพืชตระกูลถั่ว ลักษณะเป็นไม้พุ่มความสูง 100–300 เซนติเมตร ลำต้นกลม ใบยาวเรียวแหลม ดอกสีเหลือง ฝักเป็นรูปทรงกระบอก เมล็ดคล้ายรูปไตสีน้ำตาล ความยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร มี 10 -20 เมล็ด/ฝัก ปอเทืองเป็นพืชที่ใช้ต้นทุนในการปลูกต่ำและทนแล้ง โดยนอกจากเก็บเมล็ดพันธุ์ขายแล้วยังสามารถไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อใช้ปรับคุณภาพดินได้ ดังนั้นมันจึงเป็นพืชทางเลือกใหม่ในวิกฤตแล้งเช่นนี้
วิธีการปลูกปอเทืองในนาข้าว
การเตรียมดินและการปลูกปอเทือง มี 2 วิธี คือ
1) ปลูกโดยไม่ต้องเตรียมดิน ซึ่งทำโดยก่อนการเก็บเกี่ยวข้าว
ใช้เมล็ดพันธุ์ปอเทืองหว่าน 1–2 วัน
จึงใช้รถเก็บเกี่ยวข้าว วิธีนี้จะสูญเสียเมล็ดพันธุ์มากจากการกลบของฟางข้าว
หรือหลังการเก็บเกี่ยวข้าวใช้เมล็ดปอเทืองหว่านตามร่องรถเกี่ยวข้าวแล้วกระจายฟางข้าวให้ทั่วแปลง หรือจะเก็บฟางข้าวไว้เลี้ยงสัตว์ก็ได้
วิธีนี้จะได้ใช้พื้นที่มากขึ้น
2) การปลูกโดยการเตรียมดินทำได้โดยใช้รถไถขณะดินมีความชื้นอยู่
แล้วหว่านเมล็ดปอเทือง
จะคราดกลบหรือไม่ก็ได้ ถ้าคราดกลบจะงอกได้สม่ำเสมอและเจริญเติบโตดี
หรือ ปลูกโรยเป็นแถว ระหว่างแถว 80 – 100 ซม.
หรือปลูกเป็นหลุม ใช้ระยะปลูก 50x100 หลุม ๆ ละ 1–3 ต้น
อัตราเมล็ดที่ใช้ปลูก : การปลูกแบบหว่านเพื่อไถกลบใช้เมล็ดประมาณ 3–5 กิโลกรัมต่อไร่ ปลูกเป็นหลุมใช้เมล็ด 2
– 4 กิโลกรัมต่อไร่
การดูแลรักษา : หลังการหว่านเมล็ดพันธุ์ปอเทืองแล้วประมาณ 3–5 วัน
จะงอกโดยอาศัยความชื้นที่มีอยู่ในดิน ไม่ต้องให้น้ำ
วัชพืชจะทำการถอนเพื่อจัดระยะปลูกเมื่ออายุ 2 – 3 สัปดาห์
ต้องพรวนดินกลบโค่นและกำจัดวัชพืช ใช้ปุ๋ย สูตร 15-15-15
อัตรา 20–30 กิโลกรัมต่อไร่ พ่นยากำจัดเชื้อรา
และแมลงศัตรูพืชเมื่ออายุ 50–60 วัน ดอกเริ่มบานจากข้างล่างก่อน
หลังดอกร่วงโรยจะติดฝักจากข้างล่างก่อนเช่นเดียวกัน
ฝักจะแก่เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 120–130 วัน
การเก็บเกี่ยวผลผลิต: มี 2 วิธี คือ ใช้รถเกี่ยวข้าวเก็บเกี่ยว
แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากไม่คุ้มกับการลงทุนเพราะลำต้นของมันมีความแข็งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องจักรได้
และสำหรับเกษตรกรจะได้ผลผลิตค่อนข้างต่ำจึงไม่คุ้มต่อการลงทุน
และอีกวิธีคือการใช้เคียวเกี่ยวผึ่งแดดไว้ 3–4 แดด
นำมาใส่กระสอบแล้วทุบให้ฝักแตก หรือนำมากองบนผ้าใบ บนตาข่าย
บนลานแล้วใช้รถย่ำในบริเวณแปลงนาได้เลย ผลผลิตเฉลี่ย 80-120
กิโลกรัมต่อไร่ ราคาเฉลี่ย 20 – 25 บาทต่อกิโลกรัม
การใช้ประโยชน์ : ปอเทืองเป็นพืชตระกูลถั่วที่ให้น้ำหนักสดต่อไร่ 2
-5 ตัน/ไร่ เมื่อไถกลบจะปลดปล่อยธาตุอาหาร
โดยเฉพาะไนโตรเจนในปริมาณสูง นิยมปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหารให้กับดิน
โดยเฉพาะ ในการปลูกพืชในระบบเกษตรอินทรีย์
เจริญเติบโตได้ดีในสภาพพื้นที่ดอน โดยปลูกในรูปแบบของพืชหมุนเวียน
โดยหว่านหรือโรยเมล็ดก่อนการปลูกหลัก เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย
หรืออาจปลูกในรูปแบบของพืชแซม โดยปลูกระหว่างแถวพืชหลัก เช่น
ระหว่างแถว อ้อย มันสำปะหลัง แล้วไถ/สับกลบเมื่อปอเทืองอายุประมาณ 50 –
60 วัน ในขณะที่ดินยังมีความชื้นแล้วทิ้งไว้ 7 – 10 วัน
ปลูกหลังจากพืชหลัก